คำตอบฉบับเต็ม
Certified True Copy หรือการรับรองสำเนาถูกต้องในประเทศไทยมี 2 ระดับที่คนสับสนบ่อย — ระดับแรกคือการเซ็นรับรองโดยเจ้าของเอกสารเอง (Self-certification) ใช้ได้กับหน่วยงานราชการในประเทศ ส่วนระดับที่สองคือ Notarial Certified True Copy ที่ทำโดยทนาย Notarial Services Attorney เท่านั้น ซึ่งจะมีตราประทับสีแดงของสภาทนายความ เลขทะเบียน Notarial Register และข้อความภาษาอังกฤษ "I certify that this is a true copy of the original document presented to me" — ระดับนี้เท่านั้นที่สถานทูต กรมการกงสุล USCIS UKVI ธนาคารต่างประเทศ และศาลในต่างแดนจะยอมรับ
ราคาในกรุงเทพปัจจุบันมีมาตรฐานที่ 1,500 บาทต่อเอกสารหน้าเดียวสำหรับ Certified True Copy พื้นฐาน เช่น สำเนาพาสปอร์ต บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ หากเป็นเอกสารหลายหน้า เช่น สัญญา 10–20 หน้า ปริญญาบัตรพร้อม Transcript หรือ Bank Statement 6 เดือน ราคาจะอยู่ที่ 2,500–4,500 บาทต่อชุด ราคาทุกระดับรวมตราประทับ Notarial Seal สำเนาคู่ฉบับเก็บที่สำนักงาน 10 ปี ใบเสร็จเต็มรูปแบบ และการตรวจสอบความถูกต้องของต้นฉบับโดยทนายผู้รับรอง
เอกสารที่ลูกค้านิยมขอ Certified True Copy มากที่สุดในกรุงเทพคือ (1) สำเนาพาสปอร์ตเพื่อเปิดบัญชีธนาคารต่างประเทศ HSBC, DBS, OCBC (2) สำเนาปริญญาบัตร + Transcript เพื่อสมัครงานหรือเรียนต่อ Australia, UK, Canada (3) สำเนา Bank Statement และ Statement of Account สำหรับยื่นวีซ่า Schengen, US B1/B2 (4) สำเนาทะเบียนบ้านและสูติบัตรเพื่อสมัคร Citizenship ของลูกในต่างประเทศ (5) สำเนา Power of Attorney สำหรับซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในต่างแดน
ขั้นตอนรับบริการที่สำนักงานลาดพร้าว 95 หรือสาขาในห้าง EmQuartier, ICONSIAM, CentralWorld ใช้เวลา 30–60 นาที — ลูกค้านำต้นฉบับมาแสดงพร้อมสำเนา ทนายจะตรวจสอบความตรงกัน ลงลายมือชื่อรับรองพร้อมประทับตรา ลงเลขทะเบียน Notarial Register และออกใบรับรองภาษาอังกฤษแนบไปด้วย หากไม่สะดวกเดินทาง สำนักงานมีบริการ Mobile Notary ส่งทนายถึงคอนโดหรือออฟฟิศย่าน Sukhumvit, Sathorn, Asok, Phrom Phong, Thong Lo เพิ่มค่าเดินทาง 500–1,000 บาท
เคสที่ลูกค้ามักทำผิดและถูกปลายทางปฏิเสธคือการใช้ Certified True Copy ที่ทำโดยร้านถ่ายเอกสารทั่วไป หรือนิติกรที่ไม่ใช่ทนาย Notarial Services Attorney — เอกสารเหล่านี้ไม่มีเลขทะเบียน ไม่อยู่ในระบบของสภาทนายความ สถานทูตและกรมการกงสุลจะไม่รับ Legalization ต่อ ทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายซ้ำ การเลือกทนายที่มีใบอนุญาต Notarial Services Attorney ของสภาทนายความและเก็บสำเนาคู่ฉบับครบจึงเป็นหลักประกันสำคัญที่สุด
หากต้องใช้เอกสารต่อในต่างประเทศ Certified True Copy ที่ทำโดยทนายไทยมักต้องผ่านขั้น Legalization เพิ่มเติม — สำหรับประเทศสมาชิก Hague Apostille (รวมไทยตั้งแต่ 22 ม.ค. 2026, USA, UK, EU, Japan, Korea, Australia) ใช้ Apostille ของกรมการกงสุลก็พอ ส่วนประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก (จีน เวียดนาม UAE บางส่วน) ต้องผ่านสถานทูตปลายทางอีกชั้น สำนักงานมีแพ็กเกจครบจบ Notary + กงสุล + สถานทูต ราคา 4,500–8,500 บาทต่อชุด
สำหรับลูกค้าต่างชาติที่ต้องการ Certified True Copy ภาษาอังกฤษล้วน สำนักงานออกใบรับรองในรูปแบบ "Certified True Copy by Notarial Services Attorney of the Lawyers Council of Thailand" พร้อมเลข License Number ของทนายและ QR Code สำหรับตรวจสอบออนไลน์ — รูปแบบนี้สอดคล้องกับมาตรฐานของ USCIS, UKVI, IRCC (Canada), Department of Home Affairs (Australia) และสามารถใช้ยื่นได้ทันทีโดยไม่ต้องรับรองซ้ำ
เคล็ดลับประหยัดเวลา: ส่งสแกนเอกสารผ่าน LINE @THAINOTARY ล่วงหน้า 2 ชั่วโมง ทีมงานจะตรวจความครบถ้วน แจ้งราคาตายตัว และเตรียมแบบฟอร์มไว้รอ ลูกค้าเดินมาเซ็นเพียง 15 นาทีก็เสร็จ — เร็วกว่าวอล์กอินถึง 3 เท่า และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับบริการเตรียมล่วงหน้านี้
ภูมิหลังทางกฎหมายและเหตุผลของขั้นตอนนี้
เหตุผลที่ขั้นตอนนี้ต้องดำเนินตามลำดับอย่างเคร่งครัดคือทุกระดับของการรับรองต้องอ้างอิงลายเซ็นและตราประทับของระดับก่อนหน้า กล่าวคือกรมการกงสุลจะรับรองได้ก็ต่อเมื่อมีตัวอย่างลายมือชื่อของทนายความผู้รับรองเก็บไว้ในระบบ และสถานทูตปลายทางจะรับรองได้ก็ต่อเมื่อมีตัวอย่างลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทย ห่วงโซ่นี้เรียกว่า Chain of Authentication ที่ต้องเรียงตามลำดับห้ามสลับ
บริบททางกฎหมายระหว่างประเทศมีผลต่อรูปแบบเอกสารโดยตรง ประเทศที่อยู่ในระบบ Common Law มักรับรอง Affidavit หรือ Statutory Declaration ที่มี Notary Block แบบอเมริกัน ส่วนประเทศ Civil Law อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ต้องการคำรับรองในรูปแบบที่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนด การจัดทำเอกสารจึงต้องปรับ Template ให้ตรงกับประเทศปลายทาง ไม่สามารถใช้ฟอร์มเดียวกันได้ทุกที่
ใครเหมาะกับบริการนี้และเงื่อนไขที่ต้องรู้
บริการนี้เหมาะกับคนไทยที่ต้องใช้เอกสารในต่างประเทศและชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยและต้องส่งเอกสารกลับประเทศต้นทาง โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังเตรียมจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ กลุ่มที่ต้องยื่นวีซ่าทำงานหรือวีซ่านักเรียน กลุ่มที่ต้องโอนทรัพย์สินข้ามประเทศ หรือกลุ่มที่ต้องดำเนินคดีในศาลต่างประเทศ ทั้งนี้ผู้ยื่นต้องบรรลุนิติภาวะและถือเอกสารแสดงตนตัวจริงในวันรับรอง
เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วและความถูกต้อง 100% เพราะข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในเอกสารระหว่างประเทศอาจทำให้ใบสมัครถูกปฏิเสธและต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ลูกค้ากลุ่มหลักของเราได้แก่นักธุรกิจที่จัดตั้งบริษัทในต่างประเทศ พ่อแม่ที่ส่งบุตรไปเรียน คู่สมรสต่างชาติที่ต้องดำเนินเรื่อง Spouse Visa และผู้รับมรดกข้ามประเทศที่ต้องการ Power of Attorney
เอกสารต้นฉบับที่ลูกค้าต้องเตรียมล่วงหน้า
ลูกค้าควรเตรียมข้อมูลประกอบ เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของผู้รับมอบอำนาจในต่างประเทศ เลขหนังสือเดินทาง วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด และวัตถุประสงค์การใช้เอกสารอย่างละเอียด เพราะข้อมูลเหล่านี้จะถูกระบุในเอกสารและตรวจสอบโดยปลายทาง ความผิดพลาดของชื่อแม้เพียงตัวอักษรเดียวสามารถทำให้เอกสารใช้ไม่ได้และต้องแก้ใหม่ทั้งฉบับ
หากลูกค้าจะใช้เอกสารกับหลายประเทศพร้อมกัน ควรจัดทำหลายชุดตั้งแต่ขั้นตอน Notary เพื่อให้ได้ราคาแพ็กเกจที่ประหยัด ค่าธรรมเนียมต่อชุดที่ 2-3 จะลดลงประมาณ 30% เพราะใช้การประทับตราและการบันทึก Register ในรอบเดียวกัน เอกสารสำเนาที่ผลิตจากต้นฉบับเดียวยังถือว่าเป็นต้นฉบับสำหรับแต่ละสถานทูตที่ใช้
ขั้นตอนทำงานภายในสำนักงานของเรา (Workflow)
บริการ Mobile Notary ใช้สำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมาสำนักงาน เจ้าหน้าที่ทนายจะเดินทางไปยังบ้าน โรงแรม หรือออฟฟิศของลูกค้า พร้อมเอกสารที่จัดเตรียมไว้ครบ ค่าเดินทางในเขตกรุงเทพชั้นใน 500-1,000 บาท ชั้นนอกและสมุทรปราการ 1,000-1,800 บาท ทั้งนี้ลูกค้าจะได้รับใบเสนอราคารวมทุกค่าใช้จ่ายล่วงหน้า
สำหรับลูกค้า Corporate ที่มีปริมาณเอกสารจำนวนมาก สำนักงานมีบริการ On-Site Notary ส่งทีมไปประจำที่บริษัทเป็นวัน ๆ และคิดค่าบริการแบบเหมาจ่าย ลดต้นทุนเฉลี่ยต่อฉบับลง 40-60% นิยมใช้กับบริษัทที่ต้องดำเนินเรื่อง POA สำหรับสาขาในต่างประเทศ บริษัทขนส่งระหว่างประเทศ และบริษัทที่จัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ
การประสานงานกับหน่วยงานราชการไทย (MFA / กรมการกงสุล)
หลังจาก Notary เสร็จ เอกสารจะถูกส่งต่อให้ทีมเดินเอกสารยื่นต่อกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ที่ถนนแจ้งวัฒนะ ปกติใช้เวลา 2-3 วันทำการสำหรับงานปกติ และ 1 วันทำการสำหรับงานเร่งด่วน (ค่าธรรมเนียมเพิ่มตามที่กระทรวงกำหนด) ทีมงานจะรับบัตรคิวตั้งแต่ 7:30 น. เพื่อให้ได้คิวต้น ๆ ของวัน
การประสานงานกับกรมการกงสุลใช้ระบบ e-Service ที่กระทรวงพัฒนาไว้ ทีมงานของเราอยู่ในระบบ Pre-Registered Agent ที่สามารถยื่นได้หลายชุดในรอบเดียว และตรวจสอบสถานะผ่าน API ภายในที่เชื่อมกับระบบกระทรวง การพัฒนาระบบนี้ทำให้เรารู้สถานะของเอกสารแบบ Real-time และแจ้งลูกค้าได้ทันที
การยื่นเรื่องกับสถานทูตและหน่วยงานปลายทาง
เอกสารบางประเภทเช่น Business License ที่จะใช้จัดตั้งสาขาในต่างประเทศ ต้องผ่านการแปลโดยผู้แปลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตปลายทางก่อน เช่น สถานทูตจีนต้องการ Chinese Translation ที่ทำโดยบริษัทแปลในรายชื่อที่สถานทูตกำหนด ส่วนสถานทูตเยอรมันยอมรับ Sworn Translator ที่ขึ้นทะเบียนกับศาลเยอรมัน สำนักงานเรามีพันธมิตรในทุกประเทศปลายทางสำคัญ
ในกรณีที่เอกสารต้องส่งกลับไปใช้ในต่างประเทศ ลูกค้าสามารถเลือกบริการ DHL/FedEx ระหว่างประเทศที่สำนักงานจัดให้ ราคาเริ่ม 1,500 บาทไปยุโรป/อเมริกา 1,200 บาทไปเอเชีย พร้อม Tracking Number ส่งให้ลูกค้าทันทีที่ออกจากสำนักงาน เอกสารทุกชิ้นจะถูกห่อในซองกันน้ำและกล่องแข็งเพื่อป้องกันการชำรุดระหว่างขนส่ง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
ความเข้าใจผิดเรื่องระยะเวลาทำให้ลูกค้าจำนวนมากพลาดกำหนดสำคัญ เช่น คิดว่า Apostille ใช้เวลา 1 วัน ทั้งที่จริงแล้วต้องบวกเวลา Notary และเวลานัดคิวที่ MFA รวมแล้วอย่างน้อย 3-5 วันทำการ ทีมเราจะให้ Timeline แบบ Calendar ที่ระบุวันส่งมอบเป็นรายชั่วโมงในใบเสนอราคา ลูกค้าจึงวางแผนได้แม่นยำ
การไม่เก็บสำเนาคู่ฉบับไว้ทำให้เกิดปัญหาเวลาเอกสารหายระหว่างขนส่ง สำนักงานเราเก็บ Scan ทุกหน้าของเอกสารใน Cloud Storage ที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน PDPA และมอบ Soft Copy ให้ลูกค้าทุกครั้ง กรณีเอกสารหายระหว่างขนส่งสามารถทำใหม่ได้ภายใน 24 ชั่วโมงโดยอ้างอิงเลข Register เดิม
การรับประกันคุณภาพและนโยบายแก้ไขฟรี
สำนักงานรับประกันความถูกต้องของเอกสารตามมาตรฐานสภาทนายความ หากเอกสารถูกปฏิเสธจากความผิดพลาดของทีมเรา จะแก้ไขให้ฟรีโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มและรับผิดชอบค่าธรรมเนียมราชการรอบใหม่ นโยบายนี้ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ Notary, MFA, จนถึงสถานทูตปลายทาง การประกันคุณภาพมีผลทันทีที่ลูกค้าชำระเงิน ไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่ม
เราเป็นสมาชิกสภาทนายความและขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney อย่างเป็นทางการ ลูกค้าสามารถตรวจสอบเลขทะเบียนทนายผู้รับรองทุกฉบับได้ที่เว็บไซต์ของสภาทนายความ ใบรับรองทุกฉบับมี QR Code ที่นำไปยัง URL ของสำนักงานเพื่อยืนยันความถูกต้องของเลข Register ตามมาตรฐาน Digital Trust 2026
อภิธานศัพท์ที่ควรรู้
- Notarial Services Attorney
- ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามข้อบังคับสภาทนายความ
- MFA Legalization
- การรับรองลายมือชื่อ/ตราประทับโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
- Apostille
- ใบรับรองมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก 1961 ใช้ได้ใน 125+ ประเทศสมาชิก
- Embassy Legalization
- การรับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทางหลังจากผ่าน MFA แล้ว
- Chain of Authentication
- ลำดับการรับรอง Notary → MFA → Embassy ที่ต้องเรียงตามขั้นตอน
- Notarial Register
- เล่มทะเบียนของทนายผู้รับรองที่บันทึกรายการเอกสารทุกฉบับ
คำถามเพิ่มเติม
Notary Public ในไทยมีอำนาจตามกฎหมายอย่างไร
ทนายความที่ผ่านอบรมและขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความมีอำนาจรับรองลายมือชื่อ สำเนาเอกสาร และคำสาบาน เพื่อใช้ในต่างประเทศได้ตามมาตรฐานสากล
ตราประทับ Notary ของไทยใช้ในประเทศใดได้บ้าง
หลังผ่าน MFA หรือ Apostille แล้ว สามารถใช้ได้ทั่วโลก ทั้งประเทศสมาชิก Hague Convention 125 ประเทศ และประเทศที่ต้องผ่านสถานทูตเพิ่มอีก
จุดที่ลูกค้าวางใจสำนักงานของเรา
- ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย
- ตัวอย่างลายมือชื่อบันทึกในระบบกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- ประกันความรับผิดทางวิชาชีพวงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี
- ปฏิบัติตามมาตรฐาน PDPA, KYC, AML 2026 ครบถ้วน
- รีวิวเฉลี่ย 4.9/5 จากลูกค้าจริง 2,000+ ราย
- รับประกันทำซ้ำฟรีหากความผิดพลาดเกิดจากทีมงาน

