คำตอบฉบับเต็ม
ตั้งแต่ปี 2018 กระทรวงมหาดไทยอนุญาตให้เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยว (TR) หรือ Visa Exempt ที่ได้รับ 60 วันเป็น Non-Immigrant B ในประเทศไทยได้โดยไม่ต้องเดินทางออกไปขอ Non-B จากสถานทูตในประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทางอย่างมาก
เงื่อนไขคือต้องมีนายจ้างชาวไทยที่จดทะเบียนถูกต้องและมีพนักงานไทย 4 คนต่อต่างชาติ 1 คน (ยกเว้น BOI, สำนักงานผู้แทน) วีซ่าเดิมต้องเหลืออายุไม่น้อยกว่า 21 วัน ณ วันยื่น เอกสารบริษัทและเอกสารส่วนตัวต้องครบเหมือนการขอ Non-B จากต่างประเทศ
เอกสารส่วนตัว: พาสปอร์ตอายุเหลือ ≥18 เดือน, รูปถ่าย 4x6 ซม. 4 ใบ, ใบปริญญาตรีพร้อม Apostille หรือ Legalization, Transcript, Resume, Police Clearance ประเทศต้นทาง, รูปถ่ายขณะทำงานในออฟฟิศ 5 ใบ
เอกสารบริษัท: หนังสือรับรองบริษัทไม่เกิน 90 วัน, ทะเบียนพาณิชย์, ภพ.20, ภพ.30 ย้อนหลัง 3 เดือน, ภงด.1 ของลูกจ้างไทย 3 เดือน, งบการเงินปีล่าสุด, แผนผังสำนักงาน + แผนที่
Notary Public รับรองคำแปลภาษาไทยของปริญญาบัตรและ Police Clearance ที่ ตม. ต้องการ และจัดทำ Power of Attorney ให้ HR หรือทนายไปยื่นแทนได้ ตั้งแต่ปี 2024 ระบบ e-Extension เปิดให้ยื่นแบบดิจิทัลผ่าน Immigration e-Service
แพ็กเกจของสำนักงาน 12,000 บาท ครอบคลุมตรวจเอกสารบริษัท + Notary + ยื่น ตม. + ติดตามผล + ขอ Work Permit เพิ่มอีก 8,500 บาท รวมเสร็จใน 14 วัน
ภูมิหลังทางกฎหมายและเหตุผลของขั้นตอนนี้
เรื่องนี้มีรากฐานมาจากพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 27 ที่ให้อำนาจสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ประกอบกับระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 ซึ่งกำหนดให้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเป็น Competent Authority สำหรับการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยงานราชการไทยรวมถึงทนายความผู้ทำหน้าที่โนตารี
หลังจากที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดการรับรองเอกสารราชการต่างประเทศ (Hague Apostille Convention) อย่างเป็นทางการในปี 2026 รูปแบบของใบรับรองที่ออกโดยกรมการกงสุลได้เปลี่ยนเป็น Apostille Certificate มาตรฐานเดียวกับประเทศสมาชิกอีกกว่า 125 ประเทศ ซึ่งทำให้เอกสารไทยใช้ในต่างประเทศได้สะดวกขึ้นมาก โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนสถานทูตปลายทางอีก
ใครเหมาะกับบริการนี้และเงื่อนไขที่ต้องรู้
เงื่อนไขสำคัญที่ลูกค้าต้องทราบล่วงหน้าคือผู้ลงนามต้องปรากฏตัวต่อหน้าทนายความผู้รับรองในวันที่นัดหมาย เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้รับรองลายมือชื่อโดยปราศจากการเห็นการลงนามจริง กรณีที่ลูกค้าอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ สำนักงานมีทางเลือก Mobile Notary และ Remote Online Notarization สำหรับบางประเทศปลายทาง โปรดสอบถามทีมงานก่อนนัดหมาย
หากลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ จะต้องใช้พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารแสดงตน และต้องมีหน้า Entry Stamp หรือ Visa ที่ยังมีผลในประเทศไทยในวันที่นัดรับรอง สำหรับคนไทย ใช้บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงเท่านั้น สำเนาที่ผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องในที่อื่นไม่สามารถใช้แทนได้ในขั้นตอนนี้ เนื่องจากทนายความต้องตรวจสอบตัวจริงเพื่อยืนยันตัวบุคคลตามมาตรฐาน KYC
เอกสารต้นฉบับที่ลูกค้าต้องเตรียมล่วงหน้า
เอกสารแปลภาษาต่างประเทศต้องดำเนินการโดยผู้แปลที่กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อไว้ในระบบเท่านั้น สำนักงานของเรามีทีมนักแปลขึ้นทะเบียนทั้งภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส รัสเซีย และอาหรับ ค่าบริการแปลคิดตามจำนวนหน้าและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (กฎหมาย การแพทย์ การเงิน) ทุกฉบับมี Cover Letter ของผู้แปลพร้อมเลขทะเบียนที่กระทรวงตรวจสอบได้
สำหรับเอกสารทางการแพทย์หรือเอกสารทางวิชาการ ลูกค้าควรนำต้นฉบับและคำแปลฉบับร่างมาให้ทนายตรวจก่อนนัดรับรอง เพื่อให้ทีมเช็คคำศัพท์เทคนิคและรูปแบบที่ตรงกับมาตรฐานของประเทศปลายทาง ความล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากการแปลที่ไม่ตรงกับรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางคุ้นเคย ทำให้ต้องแก้และยื่นใหม่
ขั้นตอนทำงานภายในสำนักงานของเรา (Workflow)
เมื่อลูกค้ามาถึงสำนักงาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและตัวบุคคลเป็นลำดับแรกตามมาตรฐาน KYC จากนั้นทนายผู้รับรองจะอธิบายเนื้อหาในเอกสารและผลทางกฎหมายให้ลูกค้าฟัง หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศจะมีล่ามให้ตามความจำเป็น เมื่อลูกค้าเข้าใจและยินยอม ลูกค้าจะลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย ทนายจึงประทับตราและลงเลข Register ในเล่มทะเบียน
หลังการลงนาม ทนายจะออกใบรับรองพร้อมตราประทับสีแดง-น้ำเงินครบถ้วน 4 จุดตามมาตรฐานสภาทนายความ และมอบเอกสารคู่ฉบับให้ลูกค้าเก็บไว้ 1 ฉบับ พร้อมใบเสร็จและใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบุคคลหรือนิติบุคคลที่ลูกค้าระบุ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 30-60 นาทีต่อชุดเอกสาร หากนัดล่วงหน้า
การประสานงานกับหน่วยงานราชการไทย (MFA / กรมการกงสุล)
หลังเข้าสู่ระบบ MFA แล้ว เอกสารจะผ่านการตรวจสอบ 2 รอบคือรอบที่หนึ่งเช็คตัวอย่างลายมือชื่อทนายผู้รับรองในฐานข้อมูล หากไม่พบจะมีการ Verify กับสภาทนายความก่อน ใช้เวลาเพิ่ม 3-5 วันทำการ จึงเป็นเหตุผลที่ลูกค้าควรเลือกใช้ทนายที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงไว้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้านี้
ในกรณีที่ประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention เอกสารจะได้รับ Apostille Certificate ที่มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกับประเทศสมาชิก 125 ประเทศ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนสถานทูตอีก ลดเวลาและค่าใช้จ่ายลงประมาณ 40-60% เมื่อเทียบกับ Legalization แบบเดิม สำนักงานของเราอัปเดตรายชื่อประเทศสมาชิกทุก 30 วัน
การยื่นเรื่องกับสถานทูตและหน่วยงานปลายทาง
การประสานงานกับสถานทูตต่างประเทศมักต้องใช้ใบมอบอำนาจในรูปแบบที่สถานทูตนั้นกำหนด สำนักงานของเรามี Template ที่ผ่านการใช้งานจริงและถูกอนุมัติจากสถานทูตหลักทุกแห่ง ลูกค้าจึงไม่ต้องเสียเวลาแก้เอกสารหลายรอบ ค่าใช้จ่ายแสดงในใบเสนอราคาแบบ All-In ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงระหว่างทาง
หากเอกสารถูกปฏิเสธจากสถานทูต สำนักงานจะรับผิดชอบติดตามและแก้ไขโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม กรณีที่ความผิดพลาดเกิดจากข้อมูลที่ลูกค้าให้มา จะแจ้งลูกค้าและรอการยืนยันก่อนดำเนินการใหม่ นโยบายนี้ครอบคลุมทั้งงาน Notary ภายในและงานเดินเอกสารต่างประเทศทั้งหมด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลูกค้าพิมพ์ชื่อตัวเองไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน เช่น ใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่ตัวสะกดต่างจากเล่มพาสปอร์ต ทำให้สถานทูตหรือนายทะเบียนปลายทางปฏิเสธ ต้องระบุชื่อให้ตรงตัวอักษรทุกตัว รวมถึงเครื่องหมายเน้นเสียงในชื่อภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส เกาหลี ที่ละเอียดอ่อน
อีกข้อผิดพลาดคือการลงนามล่วงหน้าก่อนมาพบทนาย ทำให้ทนายไม่สามารถรับรองได้และลูกค้าต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าผู้ลงนามต้องเซ็นต่อหน้าทนาย หากเซ็นไว้ก่อนหน้านี้ต้องยกเลิกและพิมพ์ใหม่ ทีมงานจะเตือนลูกค้าทุกครั้งก่อนนัดหมาย
การรับประกันคุณภาพและนโยบายแก้ไขฟรี
ทีมงานทุกคนผ่านการอบรมมาตรฐาน KYC, PDPA และ Anti-Money Laundering ตามแนวทางที่ Bank of Thailand กำหนด ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกคนจะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บแยกจากเอกสารธุรกรรม การเข้าถึงข้อมูลจำกัดเฉพาะทนายผู้ดูแลคดีและผู้จัดการสำนักงาน บันทึกการเข้าถึงจะถูกเก็บไว้ 5 ปีเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง
สำนักงานมีประกันความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) วงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี คุ้มครองความผิดพลาดและความล่าช้าที่เกิดจากการให้บริการ ลูกค้ามีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายตามจริงในกรณีที่ผลกระทบเชิงธุรกิจเกิดจากความผิดพลาดของทีมเรา ขอบเขตและเงื่อนไขอยู่ในข้อตกลงการให้บริการที่ลูกค้าลงนามก่อนเริ่มงาน
อภิธานศัพท์ที่ควรรู้
- Notarial Services Attorney
- ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามข้อบังคับสภาทนายความ
- MFA Legalization
- การรับรองลายมือชื่อ/ตราประทับโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
- Apostille
- ใบรับรองมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก 1961 ใช้ได้ใน 125+ ประเทศสมาชิก
- Embassy Legalization
- การรับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทางหลังจากผ่าน MFA แล้ว
- Chain of Authentication
- ลำดับการรับรอง Notary → MFA → Embassy ที่ต้องเรียงตามขั้นตอน
- Notarial Register
- เล่มทะเบียนของทนายผู้รับรองที่บันทึกรายการเอกสารทุกฉบับ
คำถามเพิ่มเติม
Notary Public ในไทยมีอำนาจตามกฎหมายอย่างไร
ทนายความที่ผ่านอบรมและขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความมีอำนาจรับรองลายมือชื่อ สำเนาเอกสาร และคำสาบาน เพื่อใช้ในต่างประเทศได้ตามมาตรฐานสากล
ตราประทับ Notary ของไทยใช้ในประเทศใดได้บ้าง
หลังผ่าน MFA หรือ Apostille แล้ว สามารถใช้ได้ทั่วโลก ทั้งประเทศสมาชิก Hague Convention 125 ประเทศ และประเทศที่ต้องผ่านสถานทูตเพิ่มอีก
จุดที่ลูกค้าวางใจสำนักงานของเรา
- ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย
- ตัวอย่างลายมือชื่อบันทึกในระบบกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
- ประกันความรับผิดทางวิชาชีพวงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี
- ปฏิบัติตามมาตรฐาน PDPA, KYC, AML 2026 ครบถ้วน
- รีวิวเฉลี่ย 4.9/5 จากลูกค้าจริง 2,000+ ราย
- รับประกันทำซ้ำฟรีหากความผิดพลาดเกิดจากทีมงาน

