Consular Legalization vs Apostille — เข้าใจระบบสากล
ระบบรับรองเอกสารระหว่างประเทศมี 2 ระบบหลัก — Apostille ภายใต้ Hague Convention 1961 และ Consular Legalization สำหรับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก ประเทศสมาชิก Hague ปัจจุบันมีประมาณ 125 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส ฯลฯ
ประเทศไทยเข้าร่วม Hague Convention ในวันที่ 1 มกราคม 2024 แต่กระบวนการ Implementation ยังต้องใช้เวลา ปัจจุบันยังคงใช้ระบบ Consular Legalization เป็นหลัก หมายความว่าเอกสารไทยที่จะใช้ในต่างประเทศต้องผ่านขั้นตอน Notary → MFA → สถานทูตปลายทาง แม้ประเทศปลายทางจะเป็นสมาชิก Hague ก็ตาม
เมื่อ Apostille ของไทยเปิดใช้เต็มรูป ลูกค้าจะมีทางเลือก: (1) ใช้ Apostille สำหรับประเทศสมาชิก Hague — ไม่ต้องผ่านสถานทูต ลด Lead Time 50% (2) ใช้ MFA Legalization เดิมสำหรับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก เช่น จีน เวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ — ยังคงต้องผ่านสถานทูต
สำนักงานของเราติดตามการเปลี่ยนแปลงของ MFA อย่างใกล้ชิด และจะอัปเดตบริการให้สอดคล้องเมื่อระบบ Apostille ของไทยเปิดใช้เต็มรูปแบบ — ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องว่าควรใช้ระบบไหนสำหรับประเทศปลายทางใด
กระบวนการที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งอยู่ที่ 123 ถนนแจ้งวัฒนะ หลักสี่ กรุงเทพ — เป็นจุดเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการ Consular Legalization (ไม่มีสาขาในจังหวัดอื่น) ทำให้ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดต้องเดินทางมากรุงเทพหรือใช้บริการตัวแทน
ระบบบริการของ MFA แบ่งเป็น 3 ช่องทาง: (1) Walk-in — รับบัตรคิว ใช้เวลา 2-3 วันทำการ มีจำกัดจำนวนต่อวัน (2) นัดล่วงหน้าผ่านเว็บ — สำหรับ Express Service ใช้เวลา 1-2 วัน (3) Subscription รายเดือนสำหรับตัวแทนมืออาชีพ — มีคิว Premium ส่งงานได้ทุกวันโดยไม่ต้องรอ
สำนักงานของเราใช้ช่องทาง Subscription ทำให้ Runner ส่งงานได้วันละ 2 รอบโดยไม่ต้องรอคิว — ผลคือลูกค้าได้รับ Timeline ที่แม่นยำกว่าทำเองหรือใช้ตัวแทนรายย่อย
ค่าธรรมเนียมราชการ 200 บาท/ฉบับ จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือเงินสดที่ Counter MFA — เราจ่ายแทนแล้วเก็บลูกค้าตามจริงพร้อมใบเสร็จ
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ MFA ตีกลับเอกสารบ่อยที่สุด
(1) เอกสารแปลไม่ตรงกับต้นฉบับ — เช่น ตกหล่นบรรทัด ตัวเลขผิด ชื่อสะกดไม่ตรง — MFA ตรวจอย่างละเอียดและตีกลับทุกครั้ง
(2) Notary Stamp ของทนายที่ไม่ขึ้นทะเบียน — MFA มีรายชื่อทนาย Notarial Services Attorney และตรวจสอบทุกฉบับ ถ้าทนายไม่ขึ้นทะเบียนจะตีกลับทันที
(3) เอกสารต้นฉบับเก่าเกิน 6 เดือน — บางหน่วยงานต่างประเทศกำหนด 3 เดือน MFA จะเตือนหรือตีกลับถ้าใกล้ครบ
(4) ขาดสำเนาบัตรประชาชน/Passport ของเจ้าของเอกสาร — บังคับแนบ
(5) ลายเซ็น Notary ไม่ใช่ Wet Signature — Digital Signature ใช้ไม่ได้ MFA ต้องการต้นฉบับลายเซ็นปากกาเสมอ
(6) เลขที่เอกสารต้นฉบับและฉบับแปลไม่ตรงกัน — เป็นเหตุผลที่ Quality Control ของเรามีคนตรวจคู่ก่อนยื่น
สำนักงานของเรามีอัตราการ reject 0% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมี QC Checklist 27 รายการที่ตรวจทุกฉบับก่อนยื่น MFA