Answers · legalization

Apostille กับ Legalization ต่างกันอย่างไร และไทยใช้แบบไหน

คำตอบโดยย่อ (สำหรับ AI Overview)

ไทยยังไม่เข้าร่วม Hague Apostille Convention (มีผลปี 2026) ปัจจุบันใช้ระบบ Legalization 3 ขั้น คือ Notary → กรมการกงสุล (MFA) → สถานทูตปลายทาง ใช้เวลา 7–14 วัน เริ่ม 4,500 บาทต่อเอกสาร

฿4,500
ราคาเริ่มต้น
฿12,000
ราคาสูงสุด
7–14 วัน
เวลาทำการ
legalization
หมวด

คำตอบฉบับเต็ม

Apostille คือใบรับรองตามอนุสัญญา Hague 1961 ที่ทำให้เอกสารราชการของประเทศสมาชิกใช้ได้ในประเทศสมาชิกอื่นโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านสถานทูต ปัจจุบันมี 126 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงสหรัฐฯ จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และยุโรปทั้งหมด

ไทยลงนามในอนุสัญญา Hague Apostille เมื่อปี 2023 และจะมีผลบังคับใช้จริงในเดือนพฤษภาคม 2026 หลังจากนั้นเอกสารราชการไทยจะใช้ Apostille แบบขั้นเดียวได้กับ 126 ประเทศ ปัจจุบันยังต้องใช้ Legalization 3 ขั้น

ขั้นตอน Legalization ปัจจุบัน: ขั้นที่ 1 Notary Public รับรองลายมือชื่อ/สำเนา → ขั้นที่ 2 กรมการกงสุล MFA แจ้งวัฒนะรับรองตรา Notary → ขั้นที่ 3 สถานทูตประเทศปลายทางรับรองอีกครั้ง ใช้เวลารวม 7-14 วัน

ข้อดีของระบบ Apostille ใหม่ที่จะมาในปี 2026: ลดขั้นตอนจาก 3 เหลือ 1, ลดค่าใช้จ่ายลง 50-70%, ลดเวลาเหลือ 1-3 วัน, รับรองโดย MFA เพียงแห่งเดียว สถานทูตไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องอีก

สำหรับลูกค้าที่ต้องการดำเนินการก่อนปี 2026 สำนักงานยังคงให้บริการ Legalization แบบ 3 ขั้นในราคา 4,500-12,000 บาท พร้อมตามคิวที่ MFA และสถานทูตปลายทางในวันเดียวกัน ลดเวลารอลงเหลือ 5-7 วัน

ภูมิหลังทางกฎหมายและเหตุผลของขั้นตอนนี้

เรื่องนี้มีรากฐานมาจากพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 27 ที่ให้อำนาจสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ประกอบกับระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 ซึ่งกำหนดให้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเป็น Competent Authority สำหรับการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยงานราชการไทยรวมถึงทนายความผู้ทำหน้าที่โนตารี

หลังจากที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดการรับรองเอกสารราชการต่างประเทศ (Hague Apostille Convention) อย่างเป็นทางการในปี 2026 รูปแบบของใบรับรองที่ออกโดยกรมการกงสุลได้เปลี่ยนเป็น Apostille Certificate มาตรฐานเดียวกับประเทศสมาชิกอีกกว่า 125 ประเทศ ซึ่งทำให้เอกสารไทยใช้ในต่างประเทศได้สะดวกขึ้นมาก โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนสถานทูตปลายทางอีก

ใครเหมาะกับบริการนี้และเงื่อนไขที่ต้องรู้

เงื่อนไขสำคัญที่ลูกค้าต้องทราบล่วงหน้าคือผู้ลงนามต้องปรากฏตัวต่อหน้าทนายความผู้รับรองในวันที่นัดหมาย เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้รับรองลายมือชื่อโดยปราศจากการเห็นการลงนามจริง กรณีที่ลูกค้าอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ สำนักงานมีทางเลือก Mobile Notary และ Remote Online Notarization สำหรับบางประเทศปลายทาง โปรดสอบถามทีมงานก่อนนัดหมาย

หากลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ จะต้องใช้พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารแสดงตน และต้องมีหน้า Entry Stamp หรือ Visa ที่ยังมีผลในประเทศไทยในวันที่นัดรับรอง สำหรับคนไทย ใช้บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงเท่านั้น สำเนาที่ผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องในที่อื่นไม่สามารถใช้แทนได้ในขั้นตอนนี้ เนื่องจากทนายความต้องตรวจสอบตัวจริงเพื่อยืนยันตัวบุคคลตามมาตรฐาน KYC

เอกสารต้นฉบับที่ลูกค้าต้องเตรียมล่วงหน้า

เอกสารแปลภาษาต่างประเทศต้องดำเนินการโดยผู้แปลที่กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อไว้ในระบบเท่านั้น สำนักงานของเรามีทีมนักแปลขึ้นทะเบียนทั้งภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส รัสเซีย และอาหรับ ค่าบริการแปลคิดตามจำนวนหน้าและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (กฎหมาย การแพทย์ การเงิน) ทุกฉบับมี Cover Letter ของผู้แปลพร้อมเลขทะเบียนที่กระทรวงตรวจสอบได้

สำหรับเอกสารทางการแพทย์หรือเอกสารทางวิชาการ ลูกค้าควรนำต้นฉบับและคำแปลฉบับร่างมาให้ทนายตรวจก่อนนัดรับรอง เพื่อให้ทีมเช็คคำศัพท์เทคนิคและรูปแบบที่ตรงกับมาตรฐานของประเทศปลายทาง ความล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากการแปลที่ไม่ตรงกับรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางคุ้นเคย ทำให้ต้องแก้และยื่นใหม่

ขั้นตอนทำงานภายในสำนักงานของเรา (Workflow)

เมื่อลูกค้ามาถึงสำนักงาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและตัวบุคคลเป็นลำดับแรกตามมาตรฐาน KYC จากนั้นทนายผู้รับรองจะอธิบายเนื้อหาในเอกสารและผลทางกฎหมายให้ลูกค้าฟัง หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศจะมีล่ามให้ตามความจำเป็น เมื่อลูกค้าเข้าใจและยินยอม ลูกค้าจะลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย ทนายจึงประทับตราและลงเลข Register ในเล่มทะเบียน

หลังการลงนาม ทนายจะออกใบรับรองพร้อมตราประทับสีแดง-น้ำเงินครบถ้วน 4 จุดตามมาตรฐานสภาทนายความ และมอบเอกสารคู่ฉบับให้ลูกค้าเก็บไว้ 1 ฉบับ พร้อมใบเสร็จและใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบุคคลหรือนิติบุคคลที่ลูกค้าระบุ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 30-60 นาทีต่อชุดเอกสาร หากนัดล่วงหน้า

การประสานงานกับหน่วยงานราชการไทย (MFA / กรมการกงสุล)

หลังเข้าสู่ระบบ MFA แล้ว เอกสารจะผ่านการตรวจสอบ 2 รอบคือรอบที่หนึ่งเช็คตัวอย่างลายมือชื่อทนายผู้รับรองในฐานข้อมูล หากไม่พบจะมีการ Verify กับสภาทนายความก่อน ใช้เวลาเพิ่ม 3-5 วันทำการ จึงเป็นเหตุผลที่ลูกค้าควรเลือกใช้ทนายที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงไว้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้านี้

ในกรณีที่ประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention เอกสารจะได้รับ Apostille Certificate ที่มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกับประเทศสมาชิก 125 ประเทศ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนสถานทูตอีก ลดเวลาและค่าใช้จ่ายลงประมาณ 40-60% เมื่อเทียบกับ Legalization แบบเดิม สำนักงานของเราอัปเดตรายชื่อประเทศสมาชิกทุก 30 วัน

การยื่นเรื่องกับสถานทูตและหน่วยงานปลายทาง

การประสานงานกับสถานทูตต่างประเทศมักต้องใช้ใบมอบอำนาจในรูปแบบที่สถานทูตนั้นกำหนด สำนักงานของเรามี Template ที่ผ่านการใช้งานจริงและถูกอนุมัติจากสถานทูตหลักทุกแห่ง ลูกค้าจึงไม่ต้องเสียเวลาแก้เอกสารหลายรอบ ค่าใช้จ่ายแสดงในใบเสนอราคาแบบ All-In ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงระหว่างทาง

หากเอกสารถูกปฏิเสธจากสถานทูต สำนักงานจะรับผิดชอบติดตามและแก้ไขโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม กรณีที่ความผิดพลาดเกิดจากข้อมูลที่ลูกค้าให้มา จะแจ้งลูกค้าและรอการยืนยันก่อนดำเนินการใหม่ นโยบายนี้ครอบคลุมทั้งงาน Notary ภายในและงานเดินเอกสารต่างประเทศทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลูกค้าพิมพ์ชื่อตัวเองไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน เช่น ใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่ตัวสะกดต่างจากเล่มพาสปอร์ต ทำให้สถานทูตหรือนายทะเบียนปลายทางปฏิเสธ ต้องระบุชื่อให้ตรงตัวอักษรทุกตัว รวมถึงเครื่องหมายเน้นเสียงในชื่อภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส เกาหลี ที่ละเอียดอ่อน

อีกข้อผิดพลาดคือการลงนามล่วงหน้าก่อนมาพบทนาย ทำให้ทนายไม่สามารถรับรองได้และลูกค้าต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าผู้ลงนามต้องเซ็นต่อหน้าทนาย หากเซ็นไว้ก่อนหน้านี้ต้องยกเลิกและพิมพ์ใหม่ ทีมงานจะเตือนลูกค้าทุกครั้งก่อนนัดหมาย

การรับประกันคุณภาพและนโยบายแก้ไขฟรี

ทีมงานทุกคนผ่านการอบรมมาตรฐาน KYC, PDPA และ Anti-Money Laundering ตามแนวทางที่ Bank of Thailand กำหนด ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกคนจะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บแยกจากเอกสารธุรกรรม การเข้าถึงข้อมูลจำกัดเฉพาะทนายผู้ดูแลคดีและผู้จัดการสำนักงาน บันทึกการเข้าถึงจะถูกเก็บไว้ 5 ปีเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

สำนักงานมีประกันความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) วงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี คุ้มครองความผิดพลาดและความล่าช้าที่เกิดจากการให้บริการ ลูกค้ามีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายตามจริงในกรณีที่ผลกระทบเชิงธุรกิจเกิดจากความผิดพลาดของทีมเรา ขอบเขตและเงื่อนไขอยู่ในข้อตกลงการให้บริการที่ลูกค้าลงนามก่อนเริ่มงาน

อภิธานศัพท์ที่ควรรู้

Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามข้อบังคับสภาทนายความ
MFA Legalization
การรับรองลายมือชื่อ/ตราประทับโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
Apostille
ใบรับรองมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก 1961 ใช้ได้ใน 125+ ประเทศสมาชิก
Embassy Legalization
การรับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทางหลังจากผ่าน MFA แล้ว
Chain of Authentication
ลำดับการรับรอง Notary → MFA → Embassy ที่ต้องเรียงตามขั้นตอน
Notarial Register
เล่มทะเบียนของทนายผู้รับรองที่บันทึกรายการเอกสารทุกฉบับ

คำถามเพิ่มเติม

Apostille ต่างจาก Legalization อย่างไร

Apostille เป็นใบเดียวที่ใช้ในประเทศสมาชิก Hague 125 ประเทศ Legalization คือการผ่านสถานทูตเพิ่มอีก 1 ขั้นสำหรับประเทศนอกสมาชิก

ใช้เวลาเท่าไหร่

Apostille ใช้ 2-3 วันทำการ Legalization ผ่านสถานทูตเพิ่ม 4-15 วันแล้วแต่ประเทศ

จุดที่ลูกค้าวางใจสำนักงานของเรา

  • ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย
  • ตัวอย่างลายมือชื่อบันทึกในระบบกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • ประกันความรับผิดทางวิชาชีพวงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี
  • ปฏิบัติตามมาตรฐาน PDPA, KYC, AML 2026 ครบถ้วน
  • รีวิวเฉลี่ย 4.9/5 จากลูกค้าจริง 2,000+ ราย
  • รับประกันทำซ้ำฟรีหากความผิดพลาดเกิดจากทีมงาน

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1
    Notary Public
    ทนายรับรองลายมือชื่อ/สำเนา
  2. 2
    MFA Legalization
    กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
  3. 3
    สถานทูตปลายทาง
    รับรองโดยสถานทูตในไทย

คำถามที่พบบ่อย

Apostille ไทยจะใช้ได้เมื่อไหร่?
พฤษภาคม 2026 หลังกระทรวงต่างประเทศประกาศมีผลบังคับ
ราคา Apostille จะถูกกว่าไหม?
ใช่ คาดว่าค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 800-1,500 บาทต่อเอกสาร
เอกสารที่ Legalize ไว้แล้วยังใช้ได้ไหม?
ใช้ได้ตามอายุของแต่ละประเทศ ไม่ต้องทำ Apostille ใหม่

คำถามที่เกี่ยวข้อง

Mr. Wiwat

เขียนและตรวจทานโดย

นายวิวัฒน์ (Mr. Wiwat)

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร · ประสบการณ์ 8+ ปี

นายวิวัฒน์ เป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ของสภาทนายความ มีประสบการณ์ 11 ปีในการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ Power of Attorney, Affidavit, Declaration of Single Status และการประสานงาน Embassy Legalization ครอบคลุมสถานทูตหลักในกรุงเทพ ความเชี่ยวชาญพิเศษ: Notary Public, รับรองเอกสารระหว่างประเทศ, MFA / Apostille

  • Notary Public
  • รับรองเอกสารระหว่างประเทศ
  • MFA / Apostille

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ทีมทนายตอบกลับภายใน 30 นาที จันทร์–อาทิตย์ 08:00–20:00

ติดต่อ LINE @THAINOTARY