Answers · translation

เอกสารสำหรับวีซ่าคู่สมรสเกาหลีใต้ (F-6 Marriage Migrant) จากไทย

คำตอบโดยย่อ (สำหรับ AI Overview)

วีซ่า F-6 ต้องใช้สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส Police Clearance ผลตรวจสุขภาพ และผลสอบภาษาเกาหลี TOPIK 1 เอกสารต้องแปลภาษาเกาหลี + Apostille/Legalization + รับรองสถานทูตเกาหลี

฿5,500
ราคาเริ่มต้น
฿19,000
ราคาสูงสุด
7–14 วัน
เวลาทำการ
translation
หมวด

คำตอบฉบับเต็ม

เกาหลีใต้กำหนดให้คู่สมรสต่างชาติต้องผ่านการอบรม Pre-departure Education และทดสอบภาษาเกาหลี TOPIK ระดับ 1 ขึ้นไป (หรือผ่าน KIIP Level 1) ก่อนยื่นวีซ่า F-6

เอกสารหลักที่ต้องเตรียม: สูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, ทะเบียนสมรสไทย, หนังสือรับรองความเป็นโสดของฝ่ายไทย, Police Clearance, ผลตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลที่กำหนด, และเอกสารฝ่ายเกาหลี (เช่น เอกสารรับรองรายได้ ทะเบียนครอบครัว)

คำแปลภาษาเกาหลีต้องทำโดย Certified Translator ที่ขึ้นทะเบียนกับ Korean Consulate การแปลเองหรือใช้ Google Translate จะถูกปฏิเสธทันที สำนักงานมีทีมแปลที่ทำงานกับสถานทูตเกาหลีมาอย่างน้อย 7 ปี

ขั้นตอน Legalization คือ Notary → MFA → สถานทูตเกาหลี ใช้เวลา 10-14 วันทำการ ค่าธรรมเนียมสถานทูตเกาหลี 1,500 บาทต่อเอกสาร และต้องนัดล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ของสถานทูต

แพ็กเกจครบที่ 19,000 บาท รวมแปลภาษาเกาหลีทุกเอกสาร, Legalization MFA + สถานทูต, จัดเตรียมเอกสารฝั่งเกาหลี และคำแนะนำการเตรียมตัวสัมภาษณ์ที่สถานทูตเกาหลีกรุงเทพ

ภูมิหลังทางกฎหมายและเหตุผลของขั้นตอนนี้

เรื่องนี้มีรากฐานมาจากพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 27 ที่ให้อำนาจสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ประกอบกับระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539 ซึ่งกำหนดให้กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศเป็น Competent Authority สำหรับการรับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยงานราชการไทยรวมถึงทนายความผู้ทำหน้าที่โนตารี

หลังจากที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ว่าด้วยการยกเลิกข้อกำหนดการรับรองเอกสารราชการต่างประเทศ (Hague Apostille Convention) อย่างเป็นทางการในปี 2026 รูปแบบของใบรับรองที่ออกโดยกรมการกงสุลได้เปลี่ยนเป็น Apostille Certificate มาตรฐานเดียวกับประเทศสมาชิกอีกกว่า 125 ประเทศ ซึ่งทำให้เอกสารไทยใช้ในต่างประเทศได้สะดวกขึ้นมาก โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนสถานทูตปลายทางอีก

ใครเหมาะกับบริการนี้และเงื่อนไขที่ต้องรู้

เงื่อนไขสำคัญที่ลูกค้าต้องทราบล่วงหน้าคือผู้ลงนามต้องปรากฏตัวต่อหน้าทนายความผู้รับรองในวันที่นัดหมาย เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้รับรองลายมือชื่อโดยปราศจากการเห็นการลงนามจริง กรณีที่ลูกค้าอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ สำนักงานมีทางเลือก Mobile Notary และ Remote Online Notarization สำหรับบางประเทศปลายทาง โปรดสอบถามทีมงานก่อนนัดหมาย

หากลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ จะต้องใช้พาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุเป็นเอกสารแสดงตน และต้องมีหน้า Entry Stamp หรือ Visa ที่ยังมีผลในประเทศไทยในวันที่นัดรับรอง สำหรับคนไทย ใช้บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงเท่านั้น สำเนาที่ผ่านการรับรองสำเนาถูกต้องในที่อื่นไม่สามารถใช้แทนได้ในขั้นตอนนี้ เนื่องจากทนายความต้องตรวจสอบตัวจริงเพื่อยืนยันตัวบุคคลตามมาตรฐาน KYC

เอกสารต้นฉบับที่ลูกค้าต้องเตรียมล่วงหน้า

เอกสารแปลภาษาต่างประเทศต้องดำเนินการโดยผู้แปลที่กรมการกงสุลรับรองลายมือชื่อไว้ในระบบเท่านั้น สำนักงานของเรามีทีมนักแปลขึ้นทะเบียนทั้งภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ฝรั่งเศส รัสเซีย และอาหรับ ค่าบริการแปลคิดตามจำนวนหน้าและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (กฎหมาย การแพทย์ การเงิน) ทุกฉบับมี Cover Letter ของผู้แปลพร้อมเลขทะเบียนที่กระทรวงตรวจสอบได้

สำหรับเอกสารทางการแพทย์หรือเอกสารทางวิชาการ ลูกค้าควรนำต้นฉบับและคำแปลฉบับร่างมาให้ทนายตรวจก่อนนัดรับรอง เพื่อให้ทีมเช็คคำศัพท์เทคนิคและรูปแบบที่ตรงกับมาตรฐานของประเทศปลายทาง ความล่าช้าส่วนใหญ่เกิดจากการแปลที่ไม่ตรงกับรูปแบบที่หน่วยงานปลายทางคุ้นเคย ทำให้ต้องแก้และยื่นใหม่

ขั้นตอนทำงานภายในสำนักงานของเรา (Workflow)

เมื่อลูกค้ามาถึงสำนักงาน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและตัวบุคคลเป็นลำดับแรกตามมาตรฐาน KYC จากนั้นทนายผู้รับรองจะอธิบายเนื้อหาในเอกสารและผลทางกฎหมายให้ลูกค้าฟัง หากเอกสารเป็นภาษาต่างประเทศจะมีล่ามให้ตามความจำเป็น เมื่อลูกค้าเข้าใจและยินยอม ลูกค้าจะลงลายมือชื่อต่อหน้าทนาย ทนายจึงประทับตราและลงเลข Register ในเล่มทะเบียน

หลังการลงนาม ทนายจะออกใบรับรองพร้อมตราประทับสีแดง-น้ำเงินครบถ้วน 4 จุดตามมาตรฐานสภาทนายความ และมอบเอกสารคู่ฉบับให้ลูกค้าเก็บไว้ 1 ฉบับ พร้อมใบเสร็จและใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบุคคลหรือนิติบุคคลที่ลูกค้าระบุ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 30-60 นาทีต่อชุดเอกสาร หากนัดล่วงหน้า

การประสานงานกับหน่วยงานราชการไทย (MFA / กรมการกงสุล)

หลังเข้าสู่ระบบ MFA แล้ว เอกสารจะผ่านการตรวจสอบ 2 รอบคือรอบที่หนึ่งเช็คตัวอย่างลายมือชื่อทนายผู้รับรองในฐานข้อมูล หากไม่พบจะมีการ Verify กับสภาทนายความก่อน ใช้เวลาเพิ่ม 3-5 วันทำการ จึงเป็นเหตุผลที่ลูกค้าควรเลือกใช้ทนายที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงไว้แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้านี้

ในกรณีที่ประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague Apostille Convention เอกสารจะได้รับ Apostille Certificate ที่มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกับประเทศสมาชิก 125 ประเทศ ไม่ต้องผ่านขั้นตอนสถานทูตอีก ลดเวลาและค่าใช้จ่ายลงประมาณ 40-60% เมื่อเทียบกับ Legalization แบบเดิม สำนักงานของเราอัปเดตรายชื่อประเทศสมาชิกทุก 30 วัน

การยื่นเรื่องกับสถานทูตและหน่วยงานปลายทาง

การประสานงานกับสถานทูตต่างประเทศมักต้องใช้ใบมอบอำนาจในรูปแบบที่สถานทูตนั้นกำหนด สำนักงานของเรามี Template ที่ผ่านการใช้งานจริงและถูกอนุมัติจากสถานทูตหลักทุกแห่ง ลูกค้าจึงไม่ต้องเสียเวลาแก้เอกสารหลายรอบ ค่าใช้จ่ายแสดงในใบเสนอราคาแบบ All-In ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงระหว่างทาง

หากเอกสารถูกปฏิเสธจากสถานทูต สำนักงานจะรับผิดชอบติดตามและแก้ไขโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม กรณีที่ความผิดพลาดเกิดจากข้อมูลที่ลูกค้าให้มา จะแจ้งลูกค้าและรอการยืนยันก่อนดำเนินการใหม่ นโยบายนี้ครอบคลุมทั้งงาน Notary ภายในและงานเดินเอกสารต่างประเทศทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือลูกค้าพิมพ์ชื่อตัวเองไม่ตรงกับพาสปอร์ตหรือบัตรประชาชน เช่น ใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่ตัวสะกดต่างจากเล่มพาสปอร์ต ทำให้สถานทูตหรือนายทะเบียนปลายทางปฏิเสธ ต้องระบุชื่อให้ตรงตัวอักษรทุกตัว รวมถึงเครื่องหมายเน้นเสียงในชื่อภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส เกาหลี ที่ละเอียดอ่อน

อีกข้อผิดพลาดคือการลงนามล่วงหน้าก่อนมาพบทนาย ทำให้ทนายไม่สามารถรับรองได้และลูกค้าต้องเขียนใหม่ทั้งฉบับ กฎหมายกำหนดชัดเจนว่าผู้ลงนามต้องเซ็นต่อหน้าทนาย หากเซ็นไว้ก่อนหน้านี้ต้องยกเลิกและพิมพ์ใหม่ ทีมงานจะเตือนลูกค้าทุกครั้งก่อนนัดหมาย

การรับประกันคุณภาพและนโยบายแก้ไขฟรี

ทีมงานทุกคนผ่านการอบรมมาตรฐาน KYC, PDPA และ Anti-Money Laundering ตามแนวทางที่ Bank of Thailand กำหนด ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกคนจะถูกเข้ารหัสและจัดเก็บแยกจากเอกสารธุรกรรม การเข้าถึงข้อมูลจำกัดเฉพาะทนายผู้ดูแลคดีและผู้จัดการสำนักงาน บันทึกการเข้าถึงจะถูกเก็บไว้ 5 ปีเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง

สำนักงานมีประกันความรับผิดทางวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) วงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี คุ้มครองความผิดพลาดและความล่าช้าที่เกิดจากการให้บริการ ลูกค้ามีสิทธิ์เรียกค่าเสียหายตามจริงในกรณีที่ผลกระทบเชิงธุรกิจเกิดจากความผิดพลาดของทีมเรา ขอบเขตและเงื่อนไขอยู่ในข้อตกลงการให้บริการที่ลูกค้าลงนามก่อนเริ่มงาน

อภิธานศัพท์ที่ควรรู้

Notarial Services Attorney
ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารตามข้อบังคับสภาทนายความ
MFA Legalization
การรับรองลายมือชื่อ/ตราประทับโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย
Apostille
ใบรับรองมาตรฐานตามอนุสัญญากรุงเฮก 1961 ใช้ได้ใน 125+ ประเทศสมาชิก
Embassy Legalization
การรับรองโดยสถานทูตประเทศปลายทางหลังจากผ่าน MFA แล้ว
Chain of Authentication
ลำดับการรับรอง Notary → MFA → Embassy ที่ต้องเรียงตามขั้นตอน
Notarial Register
เล่มทะเบียนของทนายผู้รับรองที่บันทึกรายการเอกสารทุกฉบับ

คำถามเพิ่มเติม

แปลโดยใครจึงจะใช้กับสถานทูตได้

ผู้แปลต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล หรือเป็น Sworn Translator/NAATI ที่ประเทศปลายทางยอมรับ สำนักงานเรามีนักแปลขึ้นทะเบียนครบทุกภาษาหลัก

ค่าแปลคิดอย่างไร

คิดตามจำนวนหน้า A4 และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เริ่มต้น 350-800 บาทต่อหน้าสำหรับภาษาอังกฤษ และ 600-1,500 บาทสำหรับภาษาอื่น

จุดที่ลูกค้าวางใจสำนักงานของเรา

  • ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย
  • ตัวอย่างลายมือชื่อบันทึกในระบบกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • ประกันความรับผิดทางวิชาชีพวงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี
  • ปฏิบัติตามมาตรฐาน PDPA, KYC, AML 2026 ครบถ้วน
  • รีวิวเฉลี่ย 4.9/5 จากลูกค้าจริง 2,000+ ราย
  • รับประกันทำซ้ำฟรีหากความผิดพลาดเกิดจากทีมงาน

ขั้นตอนการทำงาน

  1. 1
    สอบ TOPIK 1 / KIIP
    ศูนย์สอบที่ได้รับการรับรอง
  2. 2
    ตรวจสุขภาพ
    BNH หรือโรงพยาบาลรามาธิบดี
  3. 3
    แปล + Legalization
    ภาษาเกาหลี + MFA + สถานทูต
  4. 4
    สัมภาษณ์สถานทูต
    สถานทูตเกาหลีกรุงเทพ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องสอบ TOPIK ที่ไหน?
ศูนย์สอบ TOPIK ในกรุงเทพ เช่น Korea Education Center
ผลตรวจสุขภาพมีอายุนานเท่าไหร่?
3 เดือน ณ วันยื่น
เด็กไทยขอวีซ่าเดียวกันได้ไหม?
ได้ ใช้ F-2 สำหรับ Dependent ขั้นตอนใกล้เคียงกัน

คำถามที่เกี่ยวข้อง

Mr. Wiwat

เขียนและตรวจทานโดย

นายวิวัฒน์ (Mr. Wiwat)

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร · ประสบการณ์ 8+ ปี

นายวิวัฒน์ เป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ของสภาทนายความ มีประสบการณ์ 11 ปีในการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ Power of Attorney, Affidavit, Declaration of Single Status และการประสานงาน Embassy Legalization ครอบคลุมสถานทูตหลักในกรุงเทพ ความเชี่ยวชาญพิเศษ: Notary Public, รับรองเอกสารระหว่างประเทศ, MFA / Apostille

  • Notary Public
  • รับรองเอกสารระหว่างประเทศ
  • MFA / Apostille

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ทีมทนายตอบกลับภายใน 30 นาที จันทร์–อาทิตย์ 08:00–20:00

ติดต่อ LINE @THAINOTARY