แปลเอกสาร · อ่าน 7 นาที · อัปเดต 2026-05-22

MoJ vs Embassy — แปลรับรองแบบไหนใช้กับประเทศไหน

เปรียบเทียบการแปลรับรองโดยกระทรวงยุติธรรม (MoJ) กับการรับรองสถานทูต — ครอบคลุมภาษาไทย, อาหรับ, จีน พร้อมตารางว่าประเทศใดยอมรับแบบใด

MoJ Translation คืออะไร

นักแปลที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงยุติธรรม (Ministry of Justice) มีอำนาจรับรองคำแปลให้มีน้ำหนักทางกฎหมายในประเทศไทย — เอกสารที่แปลโดย MoJ Translator จะมีตราประทับ + ลายเซ็น + เลขทะเบียนผู้แปล ใช้ในศาล, สำนักงานทะเบียน, และหน่วยงานราชการทุกแห่งในไทย

Embassy Translation คืออะไร

บางสถานทูต (เช่น จีน เวียดนาม ซาอุดิอาระเบีย) มีรายชื่อ Approved Translator ของตนเอง — คำแปลต้องมาจากผู้แปลในรายชื่อนั้นเท่านั้น และผ่านการรับรองโดยสถานทูตโดยตรง

สรุปตามประเทศ

- ออสเตรเลีย/NZ: NAATI (ไม่ต้องรับรองเพิ่ม) - สหรัฐ/แคนาดา/UK: MoJ หรือ Certified + MFA Apostille - เยอรมนี/ฝรั่งเศส/อิตาลี: MoJ + Sworn EU + MFA Apostille - จีน: Embassy Approved + MFA + Embassy - ซาอุ/UAE: Arabic Translator + MFA + Embassy - ญี่ปุ่น/เกาหลี: MoJ + MFA Apostille - ตะวันออกกลาง (อาหรับ): Sworn Arabic + MFA + Embassy

เคสที่ใช้ทั้ง MoJ และ Embassy

สำหรับเอกสารภาษาอาหรับใช้ใน UAE/ซาอุ ต้องแปลโดยผู้แปลภาษาอาหรับที่ MoJ และสถานทูตยอมรับ → รับรอง MoJ → MFA → Embassy — 4 ขั้นตอน ใช้เวลา 7-12 วัน

คำแนะนำ

สอบถามหน่วยงานปลายทางก่อนเสมอ บางมหาวิทยาลัยในสหรัฐยอมรับเฉพาะ Certified Translator + Notary Statement ไม่ต้องการ Apostille — ประหยัดเวลาและเงินไปได้มาก

บริบทกฎหมายและข้อมูลที่ผู้อ่านควรทราบ

ในมุมของกฎหมายไทย เอกสารที่จะนำไปใช้ในต่างประเทศต้องผ่านการพิสูจน์ความแท้จริงของลายมือชื่อและตราประทับโดยหน่วยงานที่ประเทศปลายทางยอมรับ การที่ประเทศไทยเข้าร่วม Hague Apostille Convention ทำให้เอกสารส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่านสถานทูตอีกต่อไปสำหรับ 125+ ประเทศสมาชิก แต่ยังคงมีประเทศที่ต้องผ่าน Embassy Legalization เช่น จีน เวียดนาม UAE และซาอุดิอาระเบีย

สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย กระบวนการเดียวกันนี้สามารถใช้ส่งเอกสารกลับประเทศต้นทางได้ โดยปลายทางจะตรวจสอบลายมือชื่อทนายความผ่านระบบของกรมการกงสุลและฐานข้อมูล Apostille Register ที่ทุกประเทศสมาชิกแชร์กัน ระบบนี้ทำให้การยอมรับเอกสารเป็นไปอย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ในระดับสากล

เอกสารที่ต้องเตรียมและจุดสำคัญที่มักพลาด

เคล็ดลับที่ช่วยลดเวลาคือการเตรียมเอกสารหลายชุดในรอบเดียว หากต้องใช้ในหลายประเทศพร้อมกัน ค่าธรรมเนียมชุดที่ 2-3 จะลดประมาณ 30% และทีมงานสามารถส่งเรื่องไป MFA ในเที่ยวเดียว ประหยัดทั้งเวลาและค่าเดินทาง นอกจากนั้นการมีสำเนา Scan ทุกหน้าใน Cloud ของสำนักงานเรา ช่วยให้ออกฉบับใหม่ได้ภายใน 24 ชั่วโมงหากเอกสารชำรุดระหว่างขนส่ง

ลูกค้าที่ทำงานเป็นวิชาชีพควบคุมเช่นแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร ต้องผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพก่อนเข้า MFA ทีมเรามีทีมประสานงานกับทุกสภาวิชาชีพและสามารถจัดการเอกสารแบบ End-to-End ในรอบเดียว ลูกค้าไม่ต้องเดินทางหลายแห่งและไม่ต้องเสียวันลาในการดำเนินเรื่อง

ขั้นตอนทำงานแบบ End-to-End จากสำนักงานเรา

ขั้นตอนแรกเมื่อลูกค้าทักทีมงานทาง LINE @THAINOTARY คือการให้คำปรึกษาฟรีและประเมินเอกสารตามรูปถ่ายที่ส่งมา ทีมจะส่งใบเสนอราคา Timeline และ Checklist เอกสารภายใน 30 นาที ลูกค้าตัดสินใจและชำระมัดจำ 50% เพื่อจองคิว Notary จากนั้นนัดวันที่สะดวก สำนักงานเปิดทุกวันจันทร์-อาทิตย์ 08:00-20:00 มีบริการ Mobile Notary ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล

เมื่อถึงวันนัด ลูกค้าจะได้รับคำอธิบายเนื้อหาในเอกสารและผลทางกฎหมายอย่างละเอียด ลงนามต่อหน้าทนายผู้รับรอง ทนายประทับตราและลงเลข Register ในเล่มทะเบียน หลังจากนั้นเอกสารเข้าสู่กระบวนการเดินงานราชการ ลูกค้าได้รับ Tracking Number และอัปเดตสถานะทุกวันผ่านทาง LINE จนกว่าจะได้รับเอกสารคืน

ระยะเวลาและตารางทำงานจริงที่ลูกค้าควรวางแผน

การวางแผน Timeline ที่แม่นยำเริ่มจากกำหนดวันใช้งานในต่างประเทศ แล้วนับย้อนกลับมา รวมเวลา Buffer 3-5 วันเผื่อเหตุไม่คาดคิด สำนักงานจะส่งตาราง Gantt ที่แสดงทุกขั้นตอนพร้อมวันที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในใบเสนอราคา ลูกค้าจึงเห็นภาพรวมและจัดเวลาให้ตรงกับนัดหมายปลายทางได้

ช่วงที่ MFA และสถานทูตคิวยาวคือเดือน มี.ค.-เม.ย. และ ก.ย.-ต.ค. ของทุกปี เนื่องจากมีผู้ขอวีซ่าจำนวนมาก ลูกค้าที่มีกำหนดในช่วงนี้ควรเริ่มกระบวนการล่วงหน้าอย่างน้อย 6 สัปดาห์ สำนักงานเราติดตามปริมาณคิวของ MFA และสถานทูตทุกสัปดาห์ และจะแนะนำลูกค้าเรื่อง Timeline ที่เหมาะสม

ค่าใช้จ่ายและโครงสร้างราคาที่โปร่งใส

สำหรับ Package ลูกค้าจดทะเบียนสมรส (Affidavit + Single Status + Birth Certificate ผ่านสถานทูต) เริ่ม 8,500 บาทสำหรับประเทศกลุ่ม EU และ 9,500 บาทสำหรับ US/Canada/Australia แพ็กเกจรวมทุกขั้นตอนตั้งแต่คัดเอกสาร แปล Notary MFA และสถานทูต พร้อมจัดส่งถึงปลายทางในต่างประเทศ ลูกค้าไม่ต้องเดินทางทำเอง

สำนักงานไม่มีนโยบาย Upselling แบบกดดัน หากลูกค้าต้องการเพิ่มขั้นตอนหรือเปลี่ยนแปลงจะมีใบเสนอราคาใหม่และรอการอนุมัติเสมอ นโยบายการคืนเงิน 100% Money Back หากงาน Notary ครั้งแรกถูกปฏิเสธจากความผิดพลาดของทีมเรา ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ตั้งแต่ขั้นชำระมัดจำ

เคสจริงจากลูกค้าและบทเรียนที่ใช้ได้

ตัวอย่างเคสจริงที่ 1: คู่รักไทย-เยอรมันที่ต้องจดทะเบียนสมรสที่ Frankfurt ใช้บริการแพ็กเกจเต็มของสำนักงาน เริ่มจากคัดทะเบียนหย่าเดิม คัดใบรับรองโสด แปลภาษาเยอรมัน Notary MFA และสถานทูตเยอรมัน เสร็จภายใน 12 วันทำการ จากนั้นส่งเอกสารถึง Standesamt ที่ Frankfurt ผ่าน DHL Express ใช้เวลารวม 16 วัน ตรงกับนัดหมายลงทะเบียนของเทศบาล

บทเรียนจากเคสนี้คือการเตรียมเอกสารทะเบียนหย่าเดิมเป็นจุดที่ลูกค้ามักลืม สถานทูตเยอรมันต้องการเอกสารหย่าฉบับสมบูรณ์ของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายหากเคยสมรสมาก่อน หากขาดเอกสารนี้กระบวนการต้องหยุดและรอ ทำให้ Timeline ยืดออกไป 2-3 สัปดาห์ ทีมเราจึงเช็คประวัติทะเบียนสมรสของลูกค้าตั้งแต่ขั้นปรึกษาฟรี

คำถามที่พบบ่อยและคำตอบเชิงปฏิบัติ

คำถามที่สามคือเอกสารมีอายุนานเท่าไหร่ คำตอบคือ Apostille และ Legalization ไม่มีกำหนดอายุในตัวเอกสาร แต่หน่วยงานปลายทางมักกำหนดให้ใช้ภายใน 3-6 เดือนหลังออก สำหรับเอกสารราชการเช่นใบรับรองโสด ต้องคัดใหม่ทุกครั้งหากเก่าเกิน 6 เดือน เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยน เช่น ลูกค้าสมรสไปแล้วแต่ใบรับรองยังบอกว่าโสด

คำถามที่สี่คือสามารถยกเลิกหรือคืนเงินได้ไหม คำตอบคือยกเลิกได้ก่อนเริ่มขั้นตอน Notary โดยคืน 100% ของมัดจำ หากเริ่ม Notary แล้วจะไม่สามารถคืนเงินค่า Notary ได้เนื่องจากเอกสารผ่าน Register แล้ว ส่วนค่า MFA และสถานทูตคืนตามจริงหากยังไม่ได้ยื่น

ทำไมต้องเลือกสำนักงานของเรา

เรามีประกันความรับผิดทางวิชาชีพวงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณีจากบริษัทประกันชั้นนำ คุ้มครองทั้งความผิดพลาดในการรับรอง การจัดส่งล่าช้า และค่าเสียหายที่เกิดจากเอกสารที่ใช้ไม่ได้ ลูกค้าได้รับการคุ้มครองตั้งแต่ขั้นมัดจำโดยไม่ต้องลงทะเบียนเพิ่ม นโยบายนี้สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า Corporate ที่ใช้บริการต่อเนื่อง

รีวิวจากลูกค้าจริง 2,000+ รายบน Google Business Profile และ LINE Official Account เฉลี่ย 4.9/5 ดาว ความพึงพอใจสูงสุดอยู่ที่ความเร็วในการตอบกลับ (< 30 นาที), ความถูกต้อง 98.7% ผ่านครั้งแรก, และการสื่อสารด้วยภาษาที่ลูกค้าเข้าใจ ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำเฉลี่ย 3 ครั้งใน 2 ปีแรก

สรุปประเด็นสำคัญ

  • วางแผนล่วงหน้าอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ก่อนกำหนดใช้เอกสารในต่างประเทศ
  • เตรียมเอกสารต้นฉบับและข้อมูลประกอบให้ครบก่อนนัด Notary เพื่อลดเวลา
  • เลือกทนายความที่ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความ
  • ใช้บริการแบบ End-to-End เพื่อให้มี Single Accountability ตลอดกระบวนการ
  • ตรวจสอบประเทศปลายทางว่าใช้ Apostille หรือ Embassy Legalization
  • เก็บสำเนา Scan ทุกหน้าของเอกสารเพื่อใช้กรณีเอกสารชำรุดระหว่างขนส่ง

คำถามที่พบบ่อย

ผู้แปลต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ต้องขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล หรือเป็น Sworn Translator/NAATI ที่ประเทศปลายทางยอมรับ
ค่าแปลคิดอย่างไร
เริ่มต้น 350-1,500 บาทต่อหน้าแล้วแต่ภาษาและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ทำไมเลือกสำนักงานเรา

  • ขึ้นทะเบียน Notarial Services Attorney กับสภาทนายความแห่งประเทศไทย
  • ตัวอย่างลายมือชื่อในฐานข้อมูลกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
  • ประกันความรับผิดทางวิชาชีพวงเงิน 30 ล้านบาทต่อกรณี
  • รีวิวเฉลี่ย 4.9/5 จากลูกค้าจริง 2,000+ ราย
  • บริการครบทั้ง Notary, แปล, MFA, Embassy Legalization, NAATI
  • ทีมทนายตอบกลับภายใน 30 นาที จันทร์-อาทิตย์ 08:00-20:00

บริการที่เกี่ยวข้อง

เลือกบริการที่ตรงกับสถานการณ์ของคุณ — ทีมตอบใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

พื้นที่บริการที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความทั้งหมด

Mr. Wiwat

เขียนและตรวจทานโดย

นายวิวัฒน์ (Mr. Wiwat)

ทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร · ประสบการณ์ 13+ ปี

นายวิวัฒน์ เป็นทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ของสภาทนายความ มีประสบการณ์ 9 ปีในการรับรองเอกสารระหว่างประเทศ Power of Attorney, Affidavit, Declaration of Single Status และการประสานงาน Embassy Legalization ครอบคลุมสถานทูตหลักในกรุงเทพ ความเชี่ยวชาญพิเศษ: Notary Public, รับรองเอกสารระหว่างประเทศ, MFA / Apostille

  • Notary Public
  • รับรองเอกสารระหว่างประเทศ
  • MFA / Apostille